วันพฤหัสที่  24 ก.พ.51  - รันชูตัวร้อน มาม๊าเช็ดตัวให้ทั้งคืน และทานยาแก้ไข้ที่มีอยู่ทุก 4 ชม.

วันศุกร์ที่ 25 ก.พ.51 - พารันชูไปหาหมอที่คลีนิค เป็นหมอประจำของรันชูที่โรงพยาบาลมาเปิดคลีนิคเอง ตอนไปไข้ขึ้น 39c หมอบอกคออักเสบตัวถึงร้อนต้องรักษาที่ตันเหตุคือคอเดี๋ยวก็หายเอง ทั้งคืนอาการรันชูก็ไม่ดีขึ้น ยังตัวร้อนอยู่ต้องเช็ดตัวทั้งคืน

วันเสาร์ที่ 26 ก.พ.51 - ตอนกลางวันรันชูทานยาแก้ไข้แล้วหลับประมาณ 2 ชั่วโมงพอตื่นขึ้นมาก็ลุกนั่งปกติมากาป๊าอุ้มไปเดินเล่นไม่ถึง5 นาที ก็เรียกให้มาม๊าไปดูซิทำไมลูกสั่นๆ พอเห็นหน้าลูกเท่านั้นแหละมาม๊าหัวใจจะวายเลย ปากลูกเขียว เท้ามือเขียวไปหมดเลย มาม๊าเลยบอกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ก็วิ่งขึ้นรถขับออกมาหน้าปากซอยรถติดสุดๆทั้งที่เป็นวันเสาร์ พอหันไปมองหน้าลูกลูกก็ตัวสั่นๆ เหมือนจะกระตุกหน่อยๆ รถก็ไม่ขยับเลย เลื่อนไปที่ละนิดๆ จริงๆแล้วตั้งใจจะไปเวชธานีที่รันชูหาประจำ แต่ใกล้ที่สุดและถึงก่อนก็คือรพ.ลาดพร้าว คุณยายบอกว่าเข้าลาดพร้าวนี่แหละไม่ทันแน่ๆ รถก็ติดมาม๊ากับคุณยายร้องไห้ตลอดทางไหว้พระ ขอพรทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกปลอดภัยให้ถึงหมอเร็วที่สุด ในที่สุดคุณยายก็ทนไม่ไหว บอกปาป๊าให้อุ้มลูกวิ่งไปเลย คุณยายก็วิ่งตามไป ส่วนมาม๊าต้องขับรถไปให้ถึงระหว่างทางที่ขับไปร้องไห้จนไม่เห็นทาง เท้าไม่มีแรงมือไม้สั่นไปหมดเลย  พอถึงห้องฉุกเฉินมาม๊ารีบวิ่งไปดูลูก เค้าจับลูกแก้ผ้าเช็ดตัวแบบเปียกๆตั้งแต่หัวถึงเท้า ดมออกซิเจน ทานยาลดไข้สูงทันทีจนลูกหายเขียวก็พาลูกมาที่ห้องตรวจเด็ก ไข้ก็กลับมาอีก หมอบอกให้เพิ่มยาลดไข้แต้องเช็ดตัวต่อจนกว่าไข้จะลด และต้องadmid เพื่อดูอาการ ลูกต้องเจาะเลือดและให้น้ำเกลือ พยาบาลบอกให้มารอข้างนอกก่อนแล้วก็ล็อคประตูด้วยมาม๊าไม่เข้าใจเลยทำไมไม่ให้เข้าไปดูแล้วก็รอนานมากๆ พอออกมาก็บอกเจาะไม่ได้เพราะความร้อนทำให้เส้นเลือดเปราะเจาะเลือดได้แต่เส้นแตกทำให้น้ำเกลือไม่เข้า รันชูถูกเจาะมือไป 3 รู ก็ยังไม่ได้พยาบาลบอกต้องเจาะใหม่ที่เท้าเพราะตอนนี้เท้าไม่ร้อนแล้ว พอพยาบาลอีกคนที่เจาะเก่งมาก็เอาลูกเข้าไปใหม่และล็อกประตู มาม๊ากับปาป๊านั่งรอมองไปที่ห้องลูกตลอดเวลา พอดีมีพยาบาลเดินออกมามาม๊าเลยเห็นว่าลูกถูกมัดตัวแน่นเพื่อเจาะน้ำเกลือ จากที่ร้องไห้อยู่แล้วทีนี้ไม่เหลือเลยทะลักออกมาไม่หยุดเลย แต่หน้าตลูกก็ดูดีขึ้นไม่เขียวแล้ว คุณหมอบอกว่าที่สั่นยังไม่ถึงชัก และที่เขียวเป็นเพราะความร้อนมันกำลังพุ่งขึ้นจนทำให้หนาวสั่นเลือดไปเลี้ยงปลายประสาทไม่ทันต้องช่วยลดอุณหภูมิก่อน ผลตรวจเลือดกับอึลูกเป็นปกติ แต่ทั้งคืนไข้ก็ขึ้นๆลงๆยังมีร้อนอยู่ พอเช้าวันอาทิตย์ลูกก็ถ่ายท้องอีก 1 ชั่วโมงลูกอีไป 5 ครั้ง ทำให้ไข้กลับมาอีก หมอบอกว่าถ้ายังไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ต้องตรวจเลือดซ้ำ แต่โชคดีมากๆเลยที่เย็นวันอาทิตย์ลูกอาการดีขึ้นไม่มีไข้แล้ว ถ่ายก็ปกติอาจจะยังมีเป็นน้ำๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากแล้ว สรุปแล้วคุณหมอบอกว่ารันชูเป็นไวรัสลงลำไส้ ซึ่งไวรัสกำลังระบาดมากในเด็กเล็ก แต่ส่วนมากจะลงกระเพาะ

แต่ก็มีเรื่องอีกจนได้ คืนวัอาทิตย์รันชูงอแงมากๆไม่ยอมนอน พอนอนไปซักพักก็ร้องอีก มาม๊าอุ้มขึ้นมานั่งพอปาป๊าเห็นเท่านั้นแหละร้องเสียงหลงเลย ปากบนรันชูบวมเป็นครุฑเลย พยาบาลก็รีบเข้ามาดูและรื้อที่นอนเพื่อหาว่าโดนตัวอะไรกัดรึปล่า หมอมาดูก็บอกว่าไม่ได้แพ้ยาแน่นอนเพราะเป็นแค่ปากบนอย่างเดียว ต้องรอดูอาการก่อน มาม๊าไม่กล้านอนเลยนั่งดูลูกตลอดเวลากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ลูกไม่มีแรงจะทำอะไรเลย ทานได้แต่ข้าว หมอสั่งงดนมให้ทานแต่แป้งกับโปรตีนไปก่อนเท่านั้น ลูกเหลือตัวนิดเดียวเอง มาม๊าได้แต่นั่งมองลูกน้ำตาก็ไหลสงสารลูกที่สุดในชีวิต มาม๊าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องเกิดเรื่องอย่างนี้กับเด็กตัวเล็กๆด้วย มาม๊าเลี้ยงลูกดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา อาหารก็สะอาดทุกอย่าง แต่ทำไมถึงเป็นอย่างงี้ได้ก็ไม่รู้

เช้าวันจันทร์คุณหมอมาตรวจ ให้ลูกก็กลับบ้านได้แล้ว ส่วนปากที่บวมน่าจะโดนมดกัดเพราะมีรอยมดกัดที่ไรผมตรงขมับอีกที่ ไม่มีอันตรายอะไร แต่หลังจากไข้ลดลูกก็มีผื่นทั้งตัวเลยหมอบอกเป็นธรรมดาไม่อันตรายแต่ลูกจะคันและรำคาญ อย่าให้ลูกร้อนพยายามเปืดแอร์ให้ทั้งวันจะได้สบายตัว แต่ลูกก็ไม่ร่าเริงไม่ซนเหมือนเดิม คงต้องพักฟื้นซักพักคงจะดีขึ้น

มาม๊าอยากจะฝากบอกแม่ๆทุกคนตามที่ได้บทเรียนมาจากเรื่องนี้จ้า

- หากมีคนไม่สบายหรือเอาสัตว์เลี้ยงมาใกล้ลูก เข้ามาในห้องลูก แม้จะเป็นญาติสนิทแค่ไหนก็ตามบอกเค้าไปตามตรงว่าลูกเรายังเล็กไม่อยากให้ติดเชื้อ อย่าไปเกรงใจใคร เพราะไม่มีใครเจ็บปวดแทนเราและลูกได้แน่นอน

- เวลาตัวไม่ร้อนใช่ว่าจะไม่มีไข้ สังเกตุอาการอื่นๆด้วย เช่น ปากแดง แก้มแดง ต้องมีปรอท ยาลดไข้สูง ยาลดไข้ปกติ ติดบ้านตลอดเวลา

- เวลาไข้ขึ้นสูงเกิน 38c ให้ทานยาลดไข้สูง แล้วเช็ดตัวแบบย้อนรูขุมขน เช็ดแรงๆให้รูเปิดเพื่อระบายความร้อน ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ต้องกลัวเปียกหัวและไม่ต้องกลัวลูกเจ็บ ผ้าให้เปียกไม่ต้องบิดจนแห้ง เช็ดๆๆๆๆจนกว่าไข้จะลอแล้วค่อยเช็ดแห้ง เวลาเช็ดลูกมักจะร้องไห้ให้ลูกร้องไปดังๆดีกว่าเงียบเพราะอาจช็อคได้

เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดกับรันชูได้เลยเพราะมาม๊าไม่ได้ปล่อยปะละเลยลูกซักวินาทีเดียว แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ต้องมีสติและคอยสังเกตุพฤติกรรมของลูกตลอดเวลานะจ๊ะ......

(ไว้จะเอารูปที่โรงพยาบาลมาให้ดู หน้าตารันชูดูไม่ได้เลย ตาบวมปากตเจ่อ พอดีลืมกล้องไว้กระเป๋าคุณยาย จะรีบเอามาลงให้ดูนะจ๊า)


thelanta wrote on Jan 28
โถ่เอ๊ย รันชู อ่านไปจะร้องไห้ไปด้วยเลยพี่โอม คิดถึงนาทีนั้น ถ้าเป็นมด มดคงไม่ต่างจากพี่โอมแน่ๆ ขอให้หายไวๆนะ เดี๋ยวหายแล้วมาวิ่งซนกันเหมือนเดิม ไม่เป็นไรเนาะ คนเก่ง หายไวๆนะลูกนะ

พี่โอมขอที่อยู่ที่บ้านหน่อยค่ะ โพสที่เว็บลันตาก็ได้
nongpancake wrote on Jan 28
ขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ .. อ่านแล้วน่าสงสารรันชูจังเลย
061635522 wrote on Jan 28
อ่านแล้วร้องไห้ไปด้วยเลย พี่โอม สงสารรันชูจังเลย เป็นกำลังใจให้พี่โอมกับรันชูให้หายเร็วๆนะ
061635522 wrote on Jan 28
รันชูผอมจิงๆด้วย แต่ยังดูร่าเริงอยู่เลยนะพี่โอม..เดี๋ยวก็หายแล้วเจ้าชายน้อย
atitaya wrote on Jan 29
สงสารพี่รันชูจังเลย หายไวๆนะคะ
siritipm wrote on Jan 29
เดี๋ยวหายแล้วก้อร่าเริงเป็นปกติเอง รันชูสู้อยู่แล้ว จริงมั๊ย
voraporn8 wrote on Jan 31
ขอให้รัชชูหายไว ๆนะคับ สู้ ๆคับ
peratorntitle wrote on Feb 1
น้ำตาซึมเลยอ่ะเราเข้าใจหัวอกแม่เลยค่ะ ขอให้น้องรันชูหายเร็วๆนะจ้ะ
พี่ไตเติ้ลกะแม่เหมียวเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้นะ
aaronleezhenyi wrote on Feb 29
น่าสงสารทั้งรันชู ทั้งพ่อแม่&คูณยายเลย โชคดีมากๆที่ตัดสินใจเช้ารพ.นี้นะ
หายแล้วเดี๋ยวก็กลับมาซ่าได้เหมือนเดิม
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help